
สุดสลด!ลูกทำร้ายแม่ หลังติดเกมหนัก (02-07-10)
ผู้เป็นแม่ร้องห่มร้องไห้ ยกมือไหว้ ร้องขอความเมตตา
ตำรวจ
สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งมีเหตุทำร้ายร่างกายที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ต้นธงชัย
อ.เมือง จ.ลำปาง เมื่อเข้าไปถึงบ้านดังกล่าว บริเวณลานหน้าบ้าน พบนางอำพร
แตงสี อายุ 62 ปี ซึ่งมีอาการพิการที่บริเวณขา
นั่งกับพื้นดินด้วยอาการร้องห่มร้องไห้ พร้อมกับยกมือไหว้ ร้องขอความเมตตา
จากน.ส.นงนุช อยู่ขวัญ ผู้เป็นบุตรสาว อายุ 22 ปี ที่กำลังยืนด่า
และกำลังใช้มือตบหน้านางอำพร ผู้เป็นแม่
เจ้าหน้าที่สายตรวจทนเห็นสภาพไม่ไหวจึงเข้าไปห้ามปราม
และผู้เป็นแม่คลานหนีเข้าไปในบ้าน
หลังจากนั้นนางสาวนงนุช
ได้เดินตามนางอำพรเข้าไปในบ้านเพื่อที่จะขอเงินและจะ
ทำร้ายร่างกายอีกโดยไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่
ตำรวจจึงต้องเข้าไปควบคุมตัวและนำตัวนางอำพรออกจากบ้านจากนั้นจึงนำตัวส่ง
โรงพยาบาลเพื่อเช็คร่างกาย เนื่องจากได้รับบาดเจ็บฟกช้ำหลายแห่ง
ด้าน
นางอำพร เล่าว่า ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
ตนต้องขายบ้านเพื่อนำเงินมาให้บุตรสาวไปเล่นเกมออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต
ซึ่งขณะนั้นลูกสาวเป็นเด็กเรียนเก่ง สอบเอ็นทรานซ์เข้าคณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยของรัฐชื่อดังในจ.เชียงใหม่ได้ แต่เรียนได้2 ปี ก็ต้องลาออก
เพราะลูกสาวติดเกมออนไลน์และแชท จนกระทั่งตนทราบว่าไปติดชายหนุ่มวัย 24 ปี ที่เรียนอยู่ในกรุงเทพฯ และชายคนนี้พยายามโทรมาขอเงินลูกสาวตลอด
ที่
ผ่านมาลูกสาวจะขอเงินทุกวันๆ ละ 200 บาท แม่ต้องพยายามหาเงินมาให้
แต่ก็ไม่พอใช้เพราะเป็นเพียงแม่ค้าขายผลไม้
มีอยู่ครั้งหนึ่งไม่มีเงินให้ก็ถูกลูกสาวทำร้ายร่างกาย ขึ้นนั่งคร่อมตัว
แล้วใช้มีดจ่อคอจี้บังคับขอเงิน จึงต้องเจียดค่ากับข้าวให้ไป
สอบถาม
นางวิเชียร สินาคม อายุ 66 ปี และ นางชอบ คงทับ อายุ 67 ปี เพื่อนบ้าน
ทราบว่า ทราบเรื่องดังกล่าวดี เนื่องจากนางสาวนงนุชจะมีพฤติกรรมก้าวร้าว
และมักจะทำร้ายร่างกายแม่ทุกวัน
เนื่องจากจะบังคับขอเงินกับแม่เพื่อจะนำไปเล่นเกมส์ออนไลน์
บางวันหมดเงินนับพันบาท หากแม่ไม่ให้ก็จะตบตี
แต่เพื่อนบ้านก็ไม่กล้าเข้ามาห้ามปรามเนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องภายในครอบ
ครัวและเกรงจะถูกนางสาวนงนุชทำร้าย
แต่สุดท้ายเพื่อนบ้านทนเห็นลูกทรพีที่ทำร้ายร่างกายแม่ผู้บังเกิดเกล้าไม่
ไหว จึงแจ้งเรื่องให้ผู้สื่อข่าวทราบ และเข้ามาเห็นสภาพดังกล่าวจริง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ต่อไป
เรียบเรียงข่าวโดย Mthai news