
โดยทั่วไปจะใช้กันอยู่ ๓ วิธีวิธีที่ ๑ ยอมฝืนทนให้ตัวเองจมอยู่กับอาการเมาค้างจนกว่าอาการจะหายไปเอง แต่วิธีนี้ทรมาน และไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย
วิธีที่ ๒บำบัด
อาการที่เกิดขึ้นเฉพาะอย่าง เช่น ถ้าปวดร้าวในหัวก็กินยาแก้ปวดระงับอาการ
แต่วิธีนี้ใช้กับผู้ร่ำสุราอยู่เป็นอาจิณคงจะไม่ดีแน่
เพราะอาจทำให้ตับวายถึงตายได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นยาพาราเซตามอล
เนื่องจากตัวยาจะไปสะสมที่ตับ
ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่เกิดเพิ่มขึ้นไปจากพิษของแอลกอฮอล์แต่เดิม
ซึ่งเป็นยาที่ใช้บรรเทาอาการ
เนื่องจากรับประทานหรือดื่มมากเกินไปโดยตรงจะดีกว่า
วิธีที่ ๓หา
ทางกำจัดอาการเมาด้วยเทคนิคต่างๆ
และคงไม่มีใครมือฉมังในเรื่องการบำบัดอาการเมาค้างเป็นแน่
เพราะต่างคนก็ลองผิดลองถูกกว่าจะคลำหาสูตรลับเฉพาะที่ดูแล้วน่าจะเหมาะกับ
ตัวเอง ซึ่งสูตรสำเร็จเด็ดขาดเฉพาะตัวต่างๆ ดังกล่าว
พอจะสรุปเป็นวิธีปฏิบัติอย่างง่ายๆ ดังนี้
-
รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย
เนื่องจากอาหารที่ย่อยง่ายเหล่านั้นจะได้ไม่ไปรบกวนการทำงานของกระเพาะลำไส้
หรือไม่กระตุ้นให้อยากอาเจียนมากขึ้น
เพราะคนเมาค้างส่วนใหญ่นอกจากจะปวดหัวมากแล้ว
ยังรู้สึกอยากจะอาเจียนตลอดเวลา
-
พยายามออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ได้
เพราะออกซิเจนจะช่วยให้กระบวนการเมตาบอลิซึ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดน้อยลง
- แก้ไขการอาเจียนโดยดื่มน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด เช่น น้ำส้ม หรือน้ำมะนาว
อาจ
จะถอนอาการเมาด้วยเบียร์สักแก้ว
หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อะไรก็ได้ที่ได้ดื่มไปเมื่อคืน
ท้องไส้จะได้ไม่ปั่นป่วน หัวสมองจะได้ไม่ปวดหนักต่อไป
แต่ต้องห้ามใจไม่ให้จิบแล้วจิบอีกอย่างเพลิดเพลิน
ไม่อย่างนั้นเมาต่ออีกแน่นอน
เมื่อจำเป็นต้องสังสรรค์กันด้วยเหล้า
สูตรทั้งหลายแหล่เหล่านี้อาจจะพอช่วยดับทุกข์จากอาการเมาค้างได้บ้าง
แต่จะให้สูตรไหนหรืออย่างไรเห็นจะต้องหาทางพิสูจน์กันเอาเองว่า
อย่างไหนได้ผลกับตนเอง
แต่ถ้าไม่อยากต้องปวดหัวกันสูตรอะไรก็ไม่รู้เยอะไปหมด
ก็มีสูตรสุดท้ายนั่นคือ สูตรเลิกกินเหล้าให้เด็ดขาด
สูตรนี้ดับอาการเมาค้างอย่างได้ผลจริงแท้และแน่นอน
และถ้าเลิกดื่มเหล้าไม่ได้ ยังไงๆ
ก็จำเป็นต้องสังสรรค์กับเพื่อนผู้ยกให้เหล้าเป็นพระเอกในวงสนทนา
แต่ไม่อยากจะมาลองสูตรโน้นสูตรนี้เพื่อดับอาการเมาค้าง
เห็นที่จะต้องพึ่งยาแก้อาการเมาค้างล่ะครับ วิธีนี้คงไม่ยุ่งยาก สะดวก
ง่ายดายและเหมาะที่สุดสำหรับผู้ร่ำสุราทุกท่าน
ที่มา : 108 เคล็ดลับ