
อุตส่าห์มีชีวิตรอดมาได้นานร่วม 250 ล้านปี ทว่า "ปลาสเตอร์เจียน" กลับจะมาสูญพันธุ์เอาในศตวรรษที่ 21 นี่เองเพราะถูกตามล่าเอาไข่ที่มีราคาแพงแสนแพงไปทำเป็นไข่ปลาคาเวียร์ให้เศรษฐีได้กินกัน
ปริมาณ
ปลาสเตอร์เจียนนั้นลดลงอย่างน่าใจหายมาตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปี
2534 เพราะพวกลักลอบจับปลา
และแก๊งอาชญากรพากันส่งไข่ปลาคาเวียร์จากทะเลแคสเปียนไปสู่จานของนักชิมทั่ว
ยุโรป เอเชีย และสหรัฐ กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
แม้รัสเซียจะห้าม
ส่งออกไข่ปลาคาเวียร์มาตั้งแต่ปี 2545 แล้ว
โดยอนุญาตให้ขายในตลาดรัสเซียได้เพียงปีละ 9 ตันก็ตาม
แต่ก็ยังมีคนลักลอบนำคาเวียร์ดำไปขายแบบผิดกฎหมายในมอสโกอยู่ดี
นั่นเป็นเพราะไข่
ปลาคาเวียร์ดำผิดกฎหมายนั้นสามารถขายในตลาดมอสโกได้ปอนด์ละ 635
ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1.9 หมื่นบาท)
และสามารถนำไปโฆษณาขายทางเว็บไซต์บางแห่งในยุโรปถึงปอนด์ละ 2,250
ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 7 หมื่นบาท) เลยทีเดียว
สหภาพอนุรักษ์
ธรรมชาติสากลกล่าวว่า ปัจจุบันนี้มีปลาสเตอร์เจียนตามธรรมชาติมากถึง 85%
ที่มีความเสี่ยงสูงว่าจะสูญพันธุ์
พร้อมแจกแจงว่าชะตากรรมของปลาสเตอร์เจียน 17 พันธุ์จาก 27
พันธุ์เข้าขั้นวิกฤติแล้ว
ทั้งนี้
ปลาสเตอร์เจียนส่วนใหญ่จะอยู่ตามแม่น้ำที่ไหลลงทะเลแคสเปียน
ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เป็นของอิหร่านและรัสเซียเป็นส่วนใหญ่
สมัยที่ยังปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ พระเจ้าซาร์องค์ต่างๆ
ของรัสเซียทรงผูกขาดการขายคาเวียร์ เมื่อเปลี่ยนการปกครอง
ทางการโซเวียตก็ควบคุมธุรกิจนี้อย่างเข้มงวด
แต่เมื่อเกิดความวุ่นวายขึ้นหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
ชะตากรรมของปลาสเตอร์เจียนก็เลยตกอยู่ในมือของพวกลักลอบจับปลา
และมลภาวะที่นับวันมีแต่จะเลวร้าย
ตอนนี้รัสเซีย
กำลังผลักดันให้ประเทศแถบทะเลแคสเปียนร่วมลงนามในสัญญาห้ามจับปลาสเตอร์
เจียนเป็นเวลา 10 ปีภายในเดือนนี้ให้ได้ก่อนที่พวกมันจะสูญหายไปจากโลก
มาช่วยกันภาวนาให้สำเร็จทีเถอะ
www.pooyingnaka.com