ป้องกันเจ้าวายร้ายชื่อ เชื้อรา

คุณผู้หญิงหลายคนอาจเคยมีอาการคันยุบยิบบริเวณจุดซ่อนเร้น
บางคนอาจจะพบเจอกับอาการตกขาวผิดปกติด้วย
นี่ถือเป็นสัญญาณของการเป็นเชื้อราในช่องคลอด
เหตุเกิดเพราะความไม่สมดุล
ในร่างกายเราจะมีทั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียอยู่
ซึ่งโดยปกติเชื้อราและแบคทีเรียจะสมดุลกัน ทำให้เชื้อราสงบไม่เจริญเติบโต
เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่ไปทำให้ความสมดุลของเชื้อรากับเชื้อแบคทีเรีย
หรือสิ่งแวดล้อมในช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไป
อะไรก็ตามที่ทำให้แบคทีเรียในช่องคลอดน้อยลงเชื้อราในช่องคลอดก็มักจะเจริญ
มากขึ้น
ดูแลตัวเองให้ห่างไกลเชื้อรา
เชื้อราในช่องคลอดไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็เป็นเรื่องเล็กๆ
ที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคุณผู้หญิง ที่นอกจากจะส่งผลถึงสุขภาพและอนามัยแล้ว
ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพที่คงจะไม่ดีแน่ๆ
ถ้าคุณเกิดอาการคันในร่มผ้าในที่สาธารณะ ฉะนั้นป้องกันไว้ก่อนเป็นดีที่สุด
ดังนั้นจึงมีวิธีการดูแลตัวเองเพื่อให้คุณปลอดจากอาการอันไม่พึงประสงค์ให้
หงุดหงิดใจมาให้
ขจัดความอับชื้น
เรื่องของชุดชั้นในที่คุณผู้หญิงใส่อยู่ก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะก่อให้
เกิดเชื้อราในช่องคลอด โดยเฉพาะกางเกงในที่ระบายอากาศไม่ค่อยดี
มีความอับชื้น และชุ่มเหงื่อ
ยิ่งในหน้าฝนที่เสื้อผ้ามักจะแห้งไม่สนิทก็อาจมีสปอร์เชื้อราอยู่
ดังนั้นควรดูแลชุดชั้นในของคุณให้แห้งสะอาดอยู่เสมอ
และควรตรวจตราคอยเคลียร์ชั้นในตัวเก่าที่ซุกอยู่ก้นตู้เพราะอาจมีสปอร์ติด
อยู่ด้วยค่ะ
นอกจากนี้การใส่ผ้าอนามัยระหว่างมีประจำเดือน ก็ควรต้องเปลี่ยนบ่อยๆ
และหากไม่ได้อยู่ในช่วงรอบเดือนก็ไม่ควรต้องใส่ผ้าอนามัย
เพราะจะทำให้เกิดการอับชื้นมากกว่า
ความสะอาดแต่พอดี
สำหรับผู้ที่ชอบใช้น้ำยาเพื่อทำความสะอาด จุดซ่อนเร้น
ถ้าใช้นานก็อาจทำให้ความเป็นกรดด่างในช่องคลอดเปลี่ยนแปลง
เป็นสาเหตุทำให้มีเชื้อราขึ้นได้ และบางคนอาจแพ้สารเคมีในน้ำยาอีกด้วย
ซึ่งการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นนั้น เพียงใช้สบู่และน้ำธรรมดาก็เพียงพอ
ลดของหวาน
การกินของหวานหมายถึงการที่คุณจะมีปริมาณน้ำตาลในเซลล์ต่างๆ เยอะขึ้น
ซึ่งพบว่าเป็นอาหารโปรดของเชื้อรา ทำให้เจริญเติบโตได้ดี
คนไข้ที่เป็นเชื้อราในช่องคลอดบ่อยๆ
คุณหมอก็จะให้หลีกเลี่ยงน้ำตาลและของหวาน
ระวังการกินยา
เพราะสำหรับคนที่กินยาแก้อักเสบ กินยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
หรือได้รับยาประเภทกดภูมิคุ้มกัน เช่นโรคเลือดหรือการทำเคมีบำบัดนั้น
จะส่งผลให้แบคทีเรียในช่องคลอดลดลง
ทำให้ความสมดุลกรดด่างในช่องคลอดเปลี่ยนไป เชื้อราก็จะเจริญเติบโตขึ้น
ส่งผลให้มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดเชื้อราในช่องคลอดได้ง่าย
เป็นแล้วรักษาอย่างไร
สำหรับการรักษาเชื้อราในช่องคลอดนั้น ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
ให้ยารับประทาน และการรักษาในช่องคลอด
ซึ่งเป็นสอดยาฆ่าเชื้อราเข้าไปในช่องคลอด มีทั้งในรูปของยาเม็ดและยาทา
การดูแลสุขภาพและอนามัยของตนเองให้ตัวเราปลอดจากเจ้าเชื้อราตัวร้ายไม่ใช่
เรื่องยากนะคะ เพราะเป็นเชื้อรานานๆ เข้า แม้จะไม่มีอันตรายร้ายแรง
นอกจากจะมีอาการคันร่มผ้าที่ทำให้เสียบุคลิก ยังจะมีอาการคันใจเข้ามาด้วย
เรื่องควรรู้ของแม่ท้องกับเชื้อรา
การ
เกิดเชื้อราในช่องคลอดที่พบมากที่สุดเลยคือเมื่อตั้งครรภ์
เพราะแม่ท้องจะมีฮอร์โมนออกมามาก
ซึ่งไปกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดด่างในช่องคลอด
ทำให้เชื้อรามีอาหารที่จะเจริญเติบโตมากขึ้น ทำให้มีระดูขาวมากขึ้น
และอาจมีการอักเสบของปากช่องคลอด
เชื้อ
ราในช่องคลอดนั้นจะไม่ผ่านไปสู่ลูก
แต่หากแม่ท้องเป็นเชื้อราในช่องคลอดแล้วไม่ได้รักษาให้หาย
และเป็นเชื้อราในช่องคลอดขณะที่คลอดลูกผ่านทางช่องคลอด
จะทำให้เด็กอาจมีเชื้อราในลิ้น ในปาก และก้นได้
การรักษาอาการนี้สำหรับแม่ท้อง แพทย์มักจะให้ยาทาหรือยาสอด แต่ไม่ให้ยา เพราะกลัวจะมีผลถึงเด็กในครรภ์
เมื่อคุณแม่ท้องมีอาการคันที่อวัยวะเพศ หรือมีระดูขาวมาผิดปกติ
ก็ควรบอกคุณหมอเพื่อจะได้ทำการตรวจและรักษาต่อไป
ซึ่งอาการนี้อาจจะไม่ได้เกิดในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์
คุณแม่ก็ต้องคอยสังเกตตัวเองอยู่เป็นระยะ
สังเกตอาการ
อาการของผู้ที่มีปัญหาเชื้อราในช่องคลอด จะมีอาการคันบริเวณแถวๆ
ปากช่องคลอด หรืออาจจะมีระดูขาวที่มากผิดปกติ มีลักษณะคล้ายแหวะนมเด็ก
เป็นเม็ดขาวๆ ถ้าเป็นมากๆ ก็จะคันบริเวณปากช่องคลอด หากเกามากๆ
ก็จะเกิดการอักเสบต่อไปได้
ซึ่งเมื่อมีอาการเช่นนี้ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อการรักษาต่อไป
แต่หากคุณเป็นซ้ำเกินปีละ 4 ครั้ง ถือว่าเป็นอาการเรื้อรัง
อาจต้องรักษายาวด้วยการให้ยาถึง 6 อาทิตย์ ซึ่งอาการเรื้อรังเช่นนี้
อาจเป็นอาการแอบแฝงของโรคอื่น เช่น เบาหวาน ได้อีกด้วย
ที่มาจาก momypedia.com